ChatGPT อาจเข้ามา Disrupt โปรแกรมเมอร์?
เมื่อ AI สุดฉลาดเขียนโค้ดและตอบคำถามได้แทบทุกเรื่อง

Your Opinion
Published: 16.12.22

ChatGPT

ChatGPT แชทบอทรุ่นใหม่ที่พัฒนาโดย OpenAI กลายเป็นไวรัลว่าสามารถตอบคำถามได้แทบทุกเรื่องอย่างสมเหตุสมผล วิธีการตอบก็คล้ายมนุษย์มาก นอกจากนี้ก็ยังมีทักษะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเขียนโค้ด แต่งเพลง เขียนบทความ เจ้า ChatGPT ก็ทำได้ดีมากทีเดียว 

จนโปรแกรมเมอร์ นักแต่งเพลงและนักเขียนแทบแยกความแตกต่างไม่ออก ChatGPT ยังทำทุกอย่างนี้ได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งหลายๆอาชีพ หลายๆวงการก็เริ่มกังวลว่าจะถูก Disrupt หรือไม่

ChatGPT เปิดตัวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนและกลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็วจาก Twitter ที่ได้เอาคำตอบบางส่วนของ ChatGPT มาแชร์ จากคำถามที่ว่า “NFTs ตายแล้วหรือยัง” จนกลายเป็นที่ฮือฮาของหลายๆ คน ซึ่ง ChatGPT นี้ได้รับการพัฒนาโดย OpenAI บริษัทวิจัยในซานฟรานซิสโก ที่นำโดย Sam Altman และได้รับการสนับสนุนจาก Microsoft ChatGPT โดยใช้ Engine GPT เวอร์ชัน 3.5 ที่ปรับปรุงและต่อยอกจาก GPT-3 และใช้ Reinforcement Learning from Human Feedback (RLHF) ในการฝึกระบบ ซึ่งเป็นการใส่ความคิดเห็นของคนจริงๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกด้วย

ChatGPT ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับข้อมูลจำนวนมหาศาล โดย Bern Elliot รองประธานของ Gartner บอกว่า มันเรียนรู้ที่จะจดจำรูปแบบที่ทำให้สามารถสร้างข้อความของตัวเองที่เลียนแบบรูปแบบการเขียนต่างๆ ได้ OpenAI ไม่ได้เปิดเผยว่าข้อมูลใดที่ใช้สำหรับการฝึกอบรม ChatGPT แต่ก็เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า เป็นการรวบรวมข้อมูลเว็บ หนังสือ และ Wikipedia ในอินเทอร์เน็ต 

ทั้งนี้ ChatGPT ใช้การแบ่งชั้นของ Data และหาคำตอบที่เหมาะสมแบบ 2 โมเดล นำมาจัดลำดับว่าข้อมูลชุดไหนมีคุณภาพมากกว่า ซึ่งทาง Open AI ก็ฝึกสอนให้ AI ของ ChatGpT สุ่มเลือกข้อมูลจากหลายๆ ตัวอย่างให้มีทางเลือกหลายๆ ทาง เป็นการฝึกและทำซ้ำๆ เพื่อให้ได้โมเดลคำตอบที่ดีที่สุด ถึงอย่างนั้น ในปัจจุบัน ทาง Open AI ก็ยอมรับว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังคงต้องได้รับการทดสอบและพัฒนาเพิ่มเติมอีก

จากเว็บไซต์ของ OpenAI บอกว่าแชทบอทตัวนี้มีการเรียนรู้โดยใช้วิธี Reinforcement Learning from Human Feedback (RLHF) คือการฝึกอบรมให้ Chatbot รู้เกี่ยวกับบทสนทนา พัฒนาให้ระบบมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ และมีการสร้างโมเดลผ่านข้อความด้วยวิธี Proximal Policy Optimization (PPO) และด้วยการเข้ามาใหม่ของโมเดลภาษารูปแบบใหม่ ในไม่ช้า เราก็คงมีอุปกรณ์แปลภาษาที่สามารถเข้ามา Take Over การเขียนบทความให้อ่านง่ายและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อีกด้วย  

และเมื่อลองถามให้ ChatGPT ช่วยบอกวิธีการสร้างเว็บไซต์หรือการเขียนโปรแกรม โดยมี User คนหนึ่งนำโค้ดที่เขียนไปถาม ChatGPT ว่าทำไมโค้ดพวกนี้ไม่สามารถทำงานได้ มีความผิดพลาดตรงไหน ChatGPT ก็ตอบกลับมาว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอให้ระบุหาสาเหตุ ทำให้ User ต้องให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น เมื่อมีข้อมูลเพียงพอ ChatGPT ก็แนะนำการเขียนโค้ดอีกแบบที่อาจแก้ปัญหาที่ว่านี้ได้ แถมผู้ใช้งานก็สามารถ Copy Code ไปวางได้เลย

หลายคนอาจรู้จัก Open AI ในอีกบทบาทหนึ่งคือผู้พัฒนา DALL-E ที่เป็น AI สร้างรูปภาพตามสั่ง ซึ่งมีชื่อเสียงพอๆ กับ Midjourney แต่ DALL-E จะต่างตรงที่สร้างรูปภาพแนวจริงหรือ realistic ต่างจาก Midjourney ที่สร้างงานแนวภาพวาด

สรุป

การเข้ามาของ ChatGPT ทำให้หลายอาชีพและหลายวงการต้องตั้งคำถามและคิดต่อว่า เราจะปรับตัวอย่างไรต่อไป เพราะมันก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้มากทีเดียวที่ AI ที่ได้รับการพัฒนาทักษะมากขึ้นจะทำงานและประมวลผลได้ดีกว่าและอาจเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานทักษะสูงได้

และหากลองเปรียบเทียบการพัฒนา AI ของปัจจุบันนี้กับในอดีต ที่เรื่องของ Machine, AI และ Data ยังอยู่ในวงแคบ มีแค่นักวิจัย โปรแกรมเมอร์และผู้พัฒนาซอฟแวร์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ปัจจุบัน คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีในแทบทุกมิติ และคาดว่าในอนาคตก็อาจจะขยายขอบเขตไปได้มากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น การค้นหาข้อมูลใน Google Search, การนำทางด้วย Maps, การแปลภาษา, การใช้ Social Media เราก็มีฟิลเตอร์จากอัลกอริทึมที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน หลายๆ อย่างเป็นอัตโนมัติมากขึ้น รองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะกำลังของคนอาจแก้ปัญหาได้ไม่เพียงพอเท่ากับ AI แล้ว นั่นจึงเป็นคำถามที่เราต้องคิดต่อว่าจะปรับตัวรองรับการมาถึงของ AI นี้อย่างไร 

ลองเข้าไปเล่น ChatGPT กันได้ที่นี่ : https://chat.openai.com/auth/login  

Cathcart Technology

Thailand