Digital Transformation เครื่องมือสำคัญที่ช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

Your Opinion
Published: 23.06.22

ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจยุคใหม่ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปรับตัวได้อย่างว่องไวและกลายเป็นธุรกิจที่สร้างผลกำไรระยะยาว มีตัวแปรที่สำคัญคือเทคโนโลยีหรือดิจิตอลที่กลายเป็น Game-changing ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Digital Transformation คืออะไร ?

ความหมายโดยทั่วไปก็คือ การนำเอา Digital หรือเทคโนโลยีมา Integrate ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ตั้งแต่ขั้นของการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจไปจนถึงการนำเสนอคุณค่าให้แก่ลูกค้า ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนถึงวัฒนธรรมองค์กร ที่มุ่งเน้นให้คนทั้งองค์กรเข้าใจนิยามเดียวกันและมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน สิ่งสำคัญของการทำ Digital Transformation ก็คือ การกล้าลองผิดลองถูก สามารถเผชิญหน้ากับความล้มเหลวได้

จากหนังสือเรื่อง Digital Transformation Canvas กล่าวไว้ว่า มี 2 ปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยทำให้ธุรกิจโฟกัสตรงจุดเพื่อทำ Digital Transformation ให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น คือ

Start with why : หาเหตุผลว่าทำไมธุรกิจนี้ถึงต้องมีอยู่ ?

การถามตัวเองว่าทำไมธุรกิจของเราถึงต้องมีอยู่ ? และจะสร้างประโยชน์อะไรให้ลูกค้า ทำไมลูกค้าต้องเลือกแบรนด์ของเรา ? นี่คือการตั้งคำถามว่า Why ของแบรนด์คืออะไร เพราะแบรนด์ส่วนใหญ่เวลาเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างมักจะเริ่มต้นที่ อะไร (What) พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ต้องทำคืออะไร หน้าที่ของพนักงานคืออะไร และสามารถทำให้ออกมาดีได้อย่างไร (How) แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าทำไปทำไม ? และอะไรคือจุดมุ่งหมายหรือเจตนารมณ์ของธุรกิจ

ยกตัวอย่าง หากบริษัท Apple ใช้วิธีการสื่อสารโดยเริ่มต้นที่ อะไร ก่อน สารที่สื่อออกมาก็จะเป็น “ Apple คือบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ ผลิตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมากมาย ” ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้ว Apple เป็นบริษัทอะไรกันแน่ แต่เพราะ Apple เริ่มต้นจาก Why >> How >> What สารที่ต้องการสื่อจึงเรียบง่ายและชัดเจนที่สุดนั่นคือ “Think Different” นี่คือ Why ของ Apple และต่อให้ Apple จะออก MacBook , iPhone , iTunes หรือ iPod หรืออะไรอีกมากมายในอนาคต เราก็มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์จาก Apple จะมีอะไรที่แตกต่างโดดเด่น คงคอนเซปต์ Why ของ Apple ก็คือ Think Different นั่นเอง

รู้จักลูกค้าเป็นอย่างดี : มีฐานข้อมูลลูกค้า รู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร

ข้อมูล (Data) เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่ทำให้มองเห็นทิศทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างชัดเจน และเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจของเราเข้าใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ข้อมูลของลูกค้านั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่ ชื่อ ที่อยู่ อายุ เพศ และความสนใจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ยิ่งในยุคออนไลน์ในปัจจุบันนี้ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้มากขึ้น ยิ่งเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้มากเท่าไหร่ก็สามารถนำข้อมูลนั้นไปวิเคราะห์พฤติกรรมและแนวโน้มการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น แต่ต้องระวังไม่ให้ละเมิดสิทธิผู้บริโภคจนเกินไปด้วยเช่นกัน

Digital Transformation ไม่ใช่สิ่งเดียวกับ Digitizing

ความแตกต่างของคำว่า Digital Transformation และ Digitizing เป็นสองคำที่สร้างความสับสนได้ง่าย สำหรับวัตถุประสงค์ของการทำ Digital Transformation นั้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ทั่วทั้งองค์กร ซึ่งแตกต่างจากคำว่า Digitizing ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ของแต่ละโปรเจกต์เป็นหลัก การทำ Digital Transformation จึงคือการเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ในการทำธุรกิจอย่างถึงแก่นจากรากฐานของธุรกิจ จากหนังสือเรื่อง The Future of Competitive Strategy ได้อธิบายถึง 4 ขั้นตอนและรูปแบบในการสร้าง Digital Transformation ให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ คือ

1.Operational efficiency

เหตุผลที่ธุรกิจส่วนใหญ่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ก็เพราะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ เพราะนั่นถือเป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวให้เป็น Digital Transformation ยกตัวอย่างเช่น Ford Motor บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกที่มีอายุบริษัทมากกว่า 100 ปีแล้ว แม้จะมีภาพลักษ์เป็นบริษัทเก่าแก่ แต่ Ford ก็ไม่เคยหยุดพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ โดยมีการใช้อุปกรณ์ VR ในขั้นตอนการผลิตและออกแบบรถยนต์ รวมถึง Internet of Things (IoT) และ AI เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในขั้นตอนการผลิตไปได้มากทีเดียว

2. Advanced operational efficiencies

เมื่อธุรกิจนำเทคโนโลยีมาใช้ ก็จำเป็นต้องทำให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ลดต้นทุนได้ สามารถผลิตหรือบริการได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ยกตัวอย่าง บริษัท Amazon เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจนสามารถสร้างผลกำไรให้ธุรกิจได้มหาศาล ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน นำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์และทำการตลาดแบบ Personalized นอกจากนี้ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ Customer Centric มาก ชนิดที่ว่าการช้อปปิ้งของลูกค้าจะไม่มีคำว่ารอ และไม่ต้องกังวลเรื่องการชำระเงิน เพราะระบบการชำระเงินของ Amazon นั้นรวดเร็วและง่าย เพียงแค่คลิกเดียว สินค้าที่ลูกค้าสั่งไว้ก็พร้อมจะไปรออยู่ที่หน้าบ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ที่ทำให้ Amazon ประสบความสำเร็จจนแทบจะไม่มีบริษัทไหนแซงหน้าได้ ก็เพราะการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างถูกจุดเพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจไปได้อีกขั้น

3. Data-driven services from value chains

เพราะ Data สำคัญมากในการทำ Digital Transformation และทำให้ธุรกิจสามารถสร้าง Business Model หรือโมเดลการหารายได้ใหม่ๆ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันใหม่ๆได้อีกด้วย

ยกตัวอย่าง ธุรกิจที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ Netflix แพลตฟอร์มที่เข้ามา Disrupt อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไปอย่างสิ้นเชิง โดยเริ่มแรก Netflix มี Business Model ลักษณะแบบ Two-sided Market คือ Netflix จะเป็นสื่อกลาง (Intermediary) ระหว่างผู้ผลิตเนื้อหา (Content Providers) และผู้ชม (Members) ยิ่งมีผู้ผลิตเนื้อหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีผู้ชมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งสองฝั่งก็จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า Match-Making ลักษณะที่ทั้งสองฝั่งดึงดูดเข้าหากัน

แต่หากผู้ผลิตเนื้อหาขายลิขสิทธิ์เนื้อหาหลายช่องทางหรือหลายแพลตฟอร์มด้วย ก็มีโอกาสที่ผู้ชมสามารถเลือกชมในแพลตฟอร์มอื่นได้ที่ไม่ใช่ Netflix จุดนี้เองที่ทำให้ Netflix ต้องมีแผนธุรกิจ Business Model ใหม่ อย่าง Netflix Originals ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ผู้ชมไม่สามารถรับชมที่อื่นได้นอกจาก Netflix และหาก Netflix สามารถผลิตเนื้อหา Originals ที่ตรงกับความต้องการของผู้ชมได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างโอกาสและผลกำไรให้กับ Netflix ต่อไปในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น

4. Data-driven services from digital platforms

เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้าสู่ Digital Platform ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่มีความท้าทายมากที่สุด เพราะธุรกิจจะยิ่งเติบโตอย่างยั่งยืน หากสามารถสร้าง New Growth Area ได้ ทั้งจากสินค้าและบริการใหม่ๆ โดยมีตัวชี้วัดที่สำคัญคือสัดส่วนของรายได้เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากธุรกิจหลักเดิม โดยใช้จุดแข็งของธุรกิจในการสร้าง New Growth Area ยกตัวอย่าง ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการสร้าง New Growth Area เช่น

อันดับ 1 Netflix มีจุดแข็งคือ การเป็นแพลตฟอร์มที่มี Original Content

อันดับ 2 Adobe มีจุดแข็งคือให้ความสำคัญ Digital Experiences

อันดับ 3 Amazon มีจุดแข็ง Web Services ที่บริการลูกค้าอย่างรู้ใจและรวดเร็วที่สุด

แน่นอนว่าการปรับตัวให้เป็น Digital Transformation นั้นหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหรือเครื่องมือดิจิทัลเท่านั้น แต่คือความสามารถในการขยายความเป็นไปได้ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลลัพธ์สุดท้ายคือการยกระดับธุรกิจไปอีกขั้นในโลกยุคใหม่ที่หลายๆอย่างล้วนขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

อ้างอิง : 

The 4 Tiers of Digital Transformation

Digitizing Isn’t the Same as Digital Transformation

Title Selfie

Social Media and Marketing Specialist

Thanisorn Boonchote

Thailand


By submitting this form, you are consenting to receive marketing emails from: Organization Name. You can revoke your consent to receive emails at any time by using the SafeUnsubscribe® link, found at the bottom of every email. Emails are serviced by Constant Contact