Apple Pay: Game changer ที่จะเข้ามาเขย่าวงการธนาคารและธุรกิจการเงิน

Your Opinion
Published: 24.05.23

ทุกคนทราบกันดีว่า Apple ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่สุดเจ้าหนึ่งของโลก ที่มีผู้ใช้ผลิตภัณฑ์และเป็นสาวก Apple เกือบทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Apple Watch, AirPods, MacBook และ iMac ลามไปถึง Service อื่นๆ เช่น Apple Music, iCloud หรือ Apple TV+ ที่สร้างรายได้มหาศาล

จนมาถึงบริการใหม่ที่ดูไม่น่าเกี่ยวข้องอย่างวงการการเงินและธนาคาร ที่มีบริการบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง สร้างความประหลาดใจและก็สร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้ายุคใหม่ไปตามๆ กัน แล้วการเข้ามาจับวงการการเงินของ Apple จะสร้างผลกระทบต่อวงการธนาคารอย่างไรบ้าง มาหาคำตอบกัน!

Saving Account : บริการบัญชีออมทรัพย์จาก Apple

Apple เปิดตัว Apple Savings Account เป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่เปิดให้ใครก็ตามที่ถือผลิตภัณฑ์ Apple Card ซึ่งเป็นบัตรเครดิตโดย Apple พัฒนาร่วมกับธนาคารเพื่อการลงทุน Goldman Sachs Group Inc สามารถเปิดใช้งานได้ทันที โดยฟีเจอร์หลักมีตั้งแต่ ไม่มีค่าธรรมเนียม, ไม่กำหนดเงินฝากขั้นต่ำ, ไม่ต้องมีเงินขั้นต่ำในบัญชี และเงินคืนจะถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากโดยอัตโนมัติ ดอกเบี้ยคาดว่าอยู่ที่ราว ๆ 2.15% ต่อปี เลยทีเดียว สำหรับ Daily Cash หรือเงินคืนบางส่วนจากการใช้ Apple Card ก็จะเข้าไปในบัญชีนี้เลยทันทีอีกด้วย

ซึ่งผลประโยชน์ที่ Apple pay มอบลูกค้าก็ทำให้หลายๆ ธนาคารต้องปรับตัวกันมากขึ้น อย่างน้อยพวกเขาต้องทำได้เทียบเท่าหรือมากกว่าที่ Apple นำเสนอให้ได้ เพราะธนาคารส่วนใหญ่นั้นมีข้อแม้ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการฝากขั้นต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ การใช้งานหรือรับดอกเบี้ยก็เปลี่ยนแปลงได้ยาก

และไม่ใช่แค่นั้น เพราะสิ่งที่ธนาคารควรกังวลมากกว่าคือ บัญชีเหล่านี้สามารถเปิดใช้ได้เลยทันทีผ่าน iPhone ไม่ต้องไปต่อแถวที่ธนาคาร ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น อะไร เพราะทุกอย่างอยู่ใน iPhone ของแต่ละคนอยู่แล้วนั่นเอง

Apple Pay Later: บริการจ่ายทีหลังแต่ได้สินค้าไปใช้ก่อนจาก Apple

Apple Pay Later คือบริการที่ให้ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple ในราคาไม่เกิน 1,000 เหรียญ และแบ่งชำระได้ 6 งวดใน 6 สัปดาห์โดยไม่มีดอกเบี้ย แถมยังได้เงินคืน 3% เข้าบัญชีออมทรัพย์ของ Apple ที่จะได้ดอกเบี้ย 4.15% โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่มากกว่าธนาคารอื่นๆ ถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

แต่คนที่จะใช้บริการนี้ได้ตอนนี้ยังจำกัดอยู่แค่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และต้องเป็นคนที่มีบัตรเครดิต Apple card ซึ่งคนที่สามารถสมัครบัตรเครดิตนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีคะแนนเครดิตดีอีกด้วย

Apple Tap To Pay :อยู่ที่ไหนก็จ่ายบัตรเครดิตได้ด้วย iPhone

ตอนนี้ร้านค้าและธุรกิจนับล้านในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ร้านคาเฟ่เล็กๆ ไปจนถึงร้านค้าขนาดใหญ่ สามารถใช้ iPhone เพื่อรับเงินจาก Apple Pay, บัตรเครดิตและเดบิตที่เป็นแบบ Contactless และกระเป๋าเงินดิจิทัลอื่นๆ ที่ใช้งานแบบแตะได้ทันทีแล้ว

บอกได้เลยว่า หลายๆ ธนาคารเจอบริการนี้เข้าไปอาจรู้สึกไปไม่ถูกได้เช่นกัน เพราะบริการ Tap to Pay สร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าและร้านค้าค่อนข้างมาก กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าก็จะคุ้นชินกับการใช้งานและถ้า iPhone สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้าในการจ่ายเงิน มอบความสะดวกสบาย แถมยังปลอดภัย ไม่ยุ่งยากกับร้านค้า หลายคนก็อาจคิดว่า ทำไมยังต้องพึ่งพาธนาคารหรือเครื่องรูดบัตรธนาคาร?

Apple pay ไม่ได้แค่แข่งขันกับธนาคารเท่านั้นแต่เป็นการสร้างระบบ Apple ที่แข็งแกร่ง

บริการ Apple Pay นั้นดูเหมือนจะเข้ามา Disrupt บริการจากธนาคารไปหลายอย่าง แต่เป้าหมายของ Apple ไม่น่าใช่แค่แข่งขันกับธุรกิจการเงินและวงการธนาคารเท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับระบบของตัวเอง สร้างอาณาจักร Apple แบบกินเรียบ และดึงดูดให้ผู้ใช้งานอยู่ตรงนี้ไม่ย้ายค่ายไปใช้บริการของสมาร์ตโฟนเจ้าอื่น

อีกเหตุผลหนึ่งที่ Apple ทำให้ทุกอย่างอยู่บน iPhone ไม่ว่าจะเป็นบัญชีออมทรัพย์ บัตรเครดิต เพราะลูกค้าจำเป็นต้องใช้บริการต่างๆ เหล่านี้ผ่าน iPhone อยู่ดี ยิ่งเราใช้บริการมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งไว้ใจ วางใจ และไม่สามารถเปลี่ยนใจไปจากมันได้มากเท่านั้น

Cathcart Technology

Thailand